Promotion and Place

Promotion and Place

เราจะพูดถึงความ การทำงานเกี่ยวกับธุรกิจของเรานั้น ต้องใช้หลัก 4P ซึ่งเราได้พูดถึง 2P ได้แล้ว ซึ่ง 2P ที่ว่านั้นคือ Product และ Price จากนั้นก็คือสินค้าหรือการบริการของเราที่เราจะนำเสนอต่อลูกค้า โดยการจะทำสินค้าของเราให้สามารถตีตลาดได้เราจำเป็นต้องสร้างเอกลักษณ์หรือความแตกต่างของสินค้าของเรานั้น

ให้มีความโดดเด่นและมีความน่าสนใจมากกว่าคู่แข่ง เพราะการที่สินค้าของเรานั้นมีความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น จะช่วยให้สินค้าของเรานั้นสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคหรือลูกค้ามาซื้อ และ Price ตีราคาของสินค้าของเราที่เรานั้นจะตั้ง ด้วยราคาสินค้าของเรานั้นจำเป็นจะต้องตั้งโดยคำนวณจากหลายปัจจัย

แต่ก็ได้แบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลักๆแล้วก็คือ กำหนดตามลูกค้า กำหนดจากราคาอ้างอิงของตลาด  กำหนดตามต้นทุน บวกกับกำไร ซึ่งการตั้งราคานั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่า เราน่าจะทำธุรกิจในที่ที่ใด แล้วคุณที่อยู่ในนั้น เป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะสามารถจ่ายให้เราในราคาใดได้ เพราะหากเราตั้งราคาสูงเกินกว่าที่เขาจะสามารถจ่ายให้เราได้

Promotion and Place

หรือราคาต่ำจนที่เขารู้สึกว่ามันต่ำจนเกินไป สินค้าของเราก็จะไม่อยู่ในตัวเลือกที่เขานั้นอยากจะซื้อเลยอยากจะ ให้ความสนใจกับมัน ดังนั้นการตั้งราคาที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งการตั้งตามตลาดก็เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง ปัจจัยหลักๆของเราก็คือต้นทุน เราต้องคำนวณต้นทุนที่เราได้ลงไปว่าเรานั้นลงไปมากแค่ไหน หากเราได้ลงไปแล้วเราก็มาคำนวณบวกบวก

ได้เพราะในการตลาดของเรา แล้วกำหนดราคาให้มีราคาที่เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งการกำหนดราคานั้นเป็นการกำหนดเพื่อลูกค้าหรือผู้บริโภค แล้วต้องกำหนดเพื่อตัวเราด้วย เพราะเราต้องวางเป้าหมาย ของการทำธุรกิจหรือการลงทุน ว่าต้องทำอย่างไรนานแค่ไหน อีกเท่าไหร่เราถึงจะได้กำไร ดังนั้นการตั้งราคาทุกอย่างหรือการทำสินค้าออกมาเราจำเป็นต้องทำให้ได้กำไร

อีก 2 P ที่เหลือนั้นก็คือ Place โดยนี่คือวิธีการนำสินค้าไปส่งของลูกค้า สินค้าที่จะขายไปหลายๆที่หลายๆแห่ง วิธีการขายดีการกระจายสินค้าจะมีความสำคัญมาก หลักการของการขายหรือกระจายสินค้านั้น ไม่ใช่ขายให้มากสถานที่หรือหลายๆ จุด ที่สุด แล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ ทุกอย่างนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าสินค้าของคุณคืออะไร

แล้วกลุ่มเป้าหมายของคุณนั้นเป็นใครแบบไหนอย่างไร เช่นของใช้ที่มีคุณค่ามาก ควรจะจำกัด การขายดีมากจนเกินไป เพราะการจำกัดการขายนั้นจะช่วยการรักษาภาพลักษณ์ สิ่งที่เราควรจะคำนึงอีกอย่างของวิธีการกระจายสินค้าคือต้นทุนการกระจาย แน่นอนว่าการกระจายสินค้านับเป็น การใช้กลยุทธ์หรือวิธีการอีกอย่างหนึ่ง

Promotion and Place

ที่เราจำเป็นต้องใช้ทุนในการลงทุน หรือแม้กระทั่งนำสินค้าของเราไปฝากไว้ในร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ เช่นกันขายสินค้าบนร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ในสถานที่หรือท้องที่นั้น ๆ ร้านนั้นอาจจะกระจายได้ทั่วถึงแต่ เราก็ควรเลือกสถานที่เหมาะสมกับสินค้าของเราอย่างเช่นกัน ซึ่งการวางขายในร้านสะดวกซื้อนั่นอาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่า

แต่หากจะมองเป็นการธุรกิจการขายหน้าร้าน ที่เราได้พูดถึงนี้ก็คือทำเล หากเราเลือกทำเลได้เหมาะสมกับสินค้าของเรา หรือทำแบบที่เราต้องการ เราก็จะได้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ อย่างเช่นเราไปขายของอยู่ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก็จะมีคนที่ต่างออกไป ลักษณะสินค้าและราคาก็จะผูกพันตามสถานที่ในทำเลที่เรานั้นได้นำสินค้าไปขาย

แม้ที่ตั้งหรือทำเลของเรานั้นจะอยู่ใกล้สถานที่อื่น เราก็ควรขายที่ที่เรานั้นพิจารณาแล้วว่าที่ใดนั้นเหมาะสม การกระจายสินค้านั้นเป็นการเพิ่มการ ช่องทางในการที่เรา จะนำสินค้าไปสู่การมองเห็นจากมุมภายนอกเราจึงจำเป็นต้องคำนวณให้ดีว่า ที่ไหนเหมาะสม เพราะว่าการกระจายสินค้านั้นจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนหนึ่ง

เราต้องคำนวณให้ดีว่าเราต้องขายได้เท่าไหร่อย่างไรให้เข้าเป้าตามที่เราต้องการ ไม่ได้กำไรนั่นเอง การมองทำเลนั้นเราต้องผ่านการมองในเรื่องของตลาดและกลุ่มเป้าหมายมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว  เพราะหากเราไปทำในทะเลหรือในทางที่ผิด การกระจายสินค้าของเราของเรานั้นก็จะไม่เกิดผลอะไรเลย หากเราสามารถขายสินค้าได้ทำสิ่งที่ดี

Promotion and Place

สินค้าของเรานั้นจะ ได้ มีโอกาสที่จะขายได้เป็นอย่างสูง เพราะว่า ผู้คนต่างสถานที่ ยิ่งเรากระจายได้หลายสถานที่ มันจะยิ่งทำให้เรานั้นมีโอกาสที่จะ ขายได้ง่ายมากขึ้น เพราะเหมือนเราได้การขยายการมองเห็นของสินค้าของเราออกไปเป็นวงกว้างแล้ว แต่สุดท้ายแล้วนั้นทำเลก็เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงให้ดี P สุดท้ายนั้นคือ Promotion

โดยนั่นก็คือการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบอกให้ลูกค้าด้วยเข้าใจถึงลักษณะสินค้าของเราอย่างชัดเจนโดยวิธีนี้จะเป็นการทำให้เขารู้ ถึงเกี่ยวกับสินค้าของเราอย่างละเอียด โดยเบื้องต้น เบอร์เรานั้นจะนำเสนอสินค้าของเราในด้านที่ กูคนนั้นจะต้องให้ความสนใจแน่นอน เราจะบอกว่าสินค้าของเรานั้นมีดีอย่างไร เหมาะกับผู้คนประเภทไหน แล้วมีการใช้อย่างไร

ซึ่งวิธีนี้นั้นก็คือการโฆษณาในสื่อต่าง ๆหรือการทำกิจกรรม ที่ทำให้คนนั้นเห็นสินค้าแล้วมาซื้อสินค้าของเรา เช่นการลดราคาประจำช่วง วันสำคัญหรือ วันที่เลขสวยของปี หากเรามองในแง่ของธุรกิจแล้ว ที่ธุรกิจเรามีขนาดย่อม การโฆษณาที่เกินความเป็นไปค่อนข้างนิดนึง เพราะการโฆษณาหรือการประชาสัมพันธ์นั้นจำเป็นต้องใช้เงิน

จะมากหรือน้อยมันก็ขึ้นอยู่กับที่เราตั้งนานว่าจะให้การโฆษณานั้นไปสู่วงกว้างแค่ไหน ช่องทางที่เราต้องการและโฆษณานั้นจะเป็นอย่างไร แต่ช่องทางการโฆษณาในปัจจุบันนี้ เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้วนั่นคือการทำผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพราะในปัจจุบันนี้มีผู้เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น

อยากมาก แล้วมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆปี ซึ่งนี่เป็นช่องทางที่เราสามารถโฆษณาได้ เพราะมันเป็นช่องทางที่ไม่ได้เสียเงินมาก แต่หากเราเลือกจะใช้ช่องทางที่เสียตังค์ เช่นใบปลิว โปสเตอร์ หรือหากจะต้องเสียมากขึ้นนิดนึง ก็คือรถแห่ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือหากคุณอยากประชาสัมพันธ์แบบใช้ทุนเยอะ

ก็คือการโฆษณาลงทีวีหรือโทรทัศน์ ดังนั้นเราจำเป็นต้องคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี และดูด้วยว่าโฆษณาของเรานะเจาะกลุ่มเป้าหมายใด อย่างเช่นถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่เราต้องการเจาะ เราก็ควรทำโฆษณาที่มันเข้ากับผู้ใหญ่ แต่ถ้าหากกลุ่มเป้าหมายเราเป็นเด็ก เราก็ควรทำโฆษณาที่ชวนให้เด็กนั้นสนใจ