เงินทุน กับ ธุรกิจ

เงินทุน กับ ธุรกิจ

การทำธุรกิจ ของเรานั้น จำเป็นต้อง ใช้หลายๆอย่าง และใช้ความรู้ ทุก ๆ อย่างที่ เราได้รู้จักกัน หรือมีเพราะว่าการ ทำธุรกิจนั้นจะช่วยให้คุณ นั้นส่งไปต่อในทางด้านอื่น ๆ และ เป็นการเพิ่มรายได้ ของคุณอย่างมากแต่ก็ทำธุรกิจนัดใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ

ทุกคนเพราะว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าธุรกิจทุกอย่างนั้นมีความเสี่ยงแต่ว่าการที่เราจะลดความเสี่ยงนั้นได้เราจำเป็นต้อง อาศัยความรู้และความเข้าใจหรือประสบการณ์ที่คุณนั้นต้องค้นหาแล้วค่อยคว้ามันมาถ้าที่จะทำธุรกิจของเรานั้น

เงินทุน กับ ธุรกิจ

เราจำเป็นต้องใช้เงินทุนที่เรามีหรือบางคนนั้นใช้เงินทุนที่เก็บมาทั้งชีวิตการลองผิดลองถูกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปเราต้องรู้ว่าเรานั้นเหมาะสม หรือพร้อมที่จะรับ ผลกระทบในการลองผิดลองถูกหรือเสียงแบบนั้นหรือเปล่าหากเรานั้นรับไม่ได้

หรือไม่พร้อมที่จะรับมันเราก็ควรจะเลือกในสิ่งที่มันมี ความเสี่ยงน้อยแต่หาก คุณเลือกในสิ่งที่ที่มีความเสี่ยง น้อยแน่นอนว่าคน ตอบรับของมันก็จะน้อย ตามคนที่เลือก มีความเสี่ยงมาก ก็จะมีผลตอบรับที่ดีมากหากมันเป็นตามที่เราได้แต่ทุกอย่างนั้นก็มีความเสี่ยงและเราก็ต้องเข้าใจ

เงินทุน กับ ธุรกิจ

ในเหตุผลว่ามันเสี่ยงเพราะอะไร บางคนนั้นเล่นหุ้น แต่บางคนนั้นก็เล่นอสังหาริมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่ทั้งสองอย่างนี้ต้องมีสิ่งเดียวกันนั้นก็คือต้องศึกษาการลงทุนให้ดี โทรหาคุณถ้าคุณอาจจะหมายถึงการขาดทุนหรือเสียเงินไปอย่างมหาศาล

การเล่นหุ้นเป็นสิ่งที่หลายคนมองว่า หลายคนมองว่าการเล่นหุ้นนั้นคือคนที่เล่นต้องรวยต้องมีเงินทองมากมายต้องเป็นคนที่ ทุกคนมีฐานะร่ำรวย แต่ความจริงนั้นคนเล่นหุ้นบางคนนั้นก็เป็นคนธรรมดา

บางคนมันก็มีฐานะการเงินที่ติดลบจึงจำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจะ เล่นหุ้นแล้วว่าจะได้กำไรจากตรงนั้นเพื่อนำไปใช้หนี้ดังนั้นการเล่นหุ้นนั้นจึงไม่ได้เป็นตัวกำหนดเลยว่าเขานั้นรวยหรือไม่รวยทุกอาชีพเหมือนกันไม่ใช่แค่ว่าคุณอย่างเดียวบางทีแม่ค้าขาย ส้มตำใต้สะพานลอย ก็อาจจะขายได้วันละ 3-4

เงินทุน กับ ธุรกิจ

พันหากรวมเป็นเดือนนึงเขาก็ได้ เป็นหลายหมื่น หรือกระปุกเลย ทีเดียวซึ่งเยอะมาก เทียบขั้นต่ำในประเทศซึ่ง ซึ่งแรงงานขั้นต่ำในประเทศนั้นแค่ 300 บาทเป็นราคาที่ค่อนข้างน้อย หากจบเดือนคุณจะได้เงินเพียง 9000 ซึ่งมันไม่พอที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณด้วยซ้ำแม้เด็กจบปริญญาตรีในปัจจุบันนี้

เขาก็ได้เงินเดือนเริ่มต้นเพียงแค่ 12,000 บาทถึง 15,000 บาทเท่านั้น ซึ่งขนาดเป็นเงินที่มากกว่า 9000 แล้วมันยัง ไม่เพียงพอที่จะจับจ่าย ใช้สอยในชีวิตประจำวันซึ่งบาง คนนั้นพักอยู่หอพักซึ่งค่าหอพักนั้นก็ 2000-4000 ก็เกือบครึ่งนึงของเงินที่มีแล้วในจะค่ากินบางคนนั้นต้องกินวันละ 100 บาทใน 3 คาบ

ซึ่งก็เป็นคาบละ 30 ในจะค่าใช้จ่ายอย่างอื่นค่าซื้อของอย่างอื่นเข้ามาในห้องทุก ๆ อย่างนั้น จำเป็นต้องใช้เงินแต่เงินเดือนของเรานั้น ไม่พอแต่บางคนนั้น มีเงินเดือนละ 9,000 บาทแต่เขาสามารถแบ่งสันปันส่วนได้เขาอาจจะเก็บออมในเดือนละ 1,000 พอปีนึง เขาก็ได้เงินมาแล้ว 10,000 บาทก็อาจจะนำไป

ซื้อหุ้นหรือนำไปลงทุนใน บางอย่างแล้วทำให้เงิน ก้อนนั้นมัน คลายเงินปันผลออกมาหรือเป็นกำไรของเรานั่นเองซึ่งหากเรานั้นมีนิสัยที่ออมเงินได้แล้วการออมเงินนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากแล้วเป็นตัวเริ่มต้นของคนรวยซึ่งไม่ว่าใครจะมีฐานะในตาคุณมีนิสัยทางการเงินในการออมหรือเก็บไว้เพื่อการลงทุนที่ดีนั้นแปลว่า

คุณมีนิสัยหรือมายเซ็ททางการเงินที่ค่อนข้างดีมากแต่หากคุณนั้นมีแต่หาเงินแล้วใช้ไป ใช้ไปเดือนชนเดือน นั้นแปลว่าคุณนั้นล่มจ เกี่ยวกับการบริหารทางการเงินของคุณแล้วการเงินของคุณนั้นคุณจำเป็นต้องบริหารให้ดีแล้วหากคุณได้ทำธุรกิจคุณก็จะได้เข้าใจเกี่ยวกับว่า พื้นฐานของการเงินนั้นเราจำเป็ นต้องทำ

อย่างไรให้องค์กรให้ธุรกิจหรือให้สิ่งที่เราทำนั้นสามารถไปต่อได้แต่ถ้าหากเรานั้นไม่มี ความรู้หรือความ ต้องการสนใจในเกี่ยวกับการบริหารทางการเงินของตัวเองเลยนะเราจะล้มเหลวเกี่ยวกับธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอนดังนั้นก่อนที่จะไปถึงกลยุทธ์ว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นอย่างไรเราควรที่จะเริ่มจากตัวเราธุรกิจ

นั้นเป็นสิ่งที่รอเราอยู่ในอนาคตเราจะสามารถทำมันเมื่อไหร่ ก็ได้แต่ถ้าเราทำในวัน ที่เราไม่พร้อมเราก็จะมีโอกาสที่จะธุรกิจร่มมากกว่าธุรกิจจะเติบโตแต่การไม่มือเลยนั้นก็เป็นการที่คุณนั้นไม่ได้เริ่มต้นสักทีเหมือนกันดังนั้นคุณจำเป็นต้องรีบไขว่คว้าหาความรู้หรือประสบการณ์จากคนอื่นๆเพื่อให้คุณนั้นได้เริ่มต้นธุรกิจ

อย่างเร็วยิ่งเริ่มต้นธุรกิจเร็วเท่าไหร่คุณจะได้รู้ว่ าธุรกิจนั้นควรไปแบบไหนต่อควรวางกลยุทธ์อย่างไรในการที่จะไปต่อซึ่งหากธุรกิจนั้นสามารถทำกำไรของคุณได้แล้วคุณก็จงทำมันต่อไปแต่อย่าไปตกในหลุมบ่อแห่งความสำเร็จเพราะว่าหาก คุณรู้สึกว่าคุณ สำเร็จเมื่อไหร่แล้วคนดีใจจนเกินไปหรืออยู่ในความลุ่มหลง

แห่งความสำเร็จนั้นคุณก็จะไม่พัฒนาตัวเองแล้วทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วเสมอคุณจงมองว่าธุรกิจของคุณนั้นสำเร็จได้แต่สำเร็จได้กว่านี้อีกมองให้มันเป็นเหมือนคะบันไดที่รู้สึกว่าหากคุณได้เท่านี้แล้วก็เหมือนก้าวขึ้นมา 1 ขั้นบันไดแต่ละขั้นนั้น มีคุณค่าอะไรของมันแตกต่างกันไปแต่บันไดนี้นั้นจะไม่มีวันสิ้นสุดเลยเพราะธุรกิจ

ของคุณสามารถเติบโตได้ขึ้นเรื่อย ๆ นางน่าจะทำธุรกิจนั้นให้เริ่มทำจากตัวเราเลยก่อนเราอาจจะตั้งเป้าหมายของตัวเราไว้อย่างเล็ก ๆว่าเราจะทำสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ในตอนตื่นมาเป็นอย่างไรให้เราพุ่งในเป้าหมายเล็ก ๆหรือใกล้ๆก่อนมันจะช่วยทำให้ เรามีกำลัง ใจและสร้างความมั่นใจให้กับเราได้ว่าเรานั้นทำได้แต่ถ้าหากเราตั้ง

เป้าหมายที่ใหญ่จนเกินตัวจน เกินไปแล้วมี ระยะทางที่ ค่อนข้างไกลกว่าเราจะไปถึงเราจะท้อแล้วหมดกำลังใจไปเสียก่อนดังนั้นเราจำเป็นต้องหาเป้าหมายระยะสั้นของเราที่เราจะสามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็วหรือสั้นเพื่อให้เป็นเป้าหมายที่ช่วยให้เรานั้นมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น