อาชีพ และ ธุรกิจ

อาชีพ และ ธุรกิจ

ธุรกิจในวันนี้ เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตลาดไปแล้ว ซึ่งจุดประสงค์ในการวิเคราะห์ตลาดนั้นก็เพื่อดู ธุรกิจแถวนั้นกำลังจะทำขึ้นมาเหมาะกับปัญหานั้นๆหรือไม่ หรือเหมาะกับผู้คนในละแวกนั้นหรือเปล่า ก็ทำธุรกิจแล้วผู้คนในละแวกนั้นไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่เขานั้นจะมาซื้อหรือเป็นความต้องการในคนใน

ละแวกนั้น ธุรกิจของเรานั้นก็จะไม่สามารถขายได้หรือมีรายรับเข้ามา เราจึงจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ตลาดนานๆว่ามีความต้องการหรือเป้าหมายเป็นอย่างไร ซึ่งในบทความที่แล้วเราได้พูดเกี่ยวกับการสังเกต การสังเกตตลาดนั้นเราจำเป็นที่จะต้องไปสังเกตว่า ร้านแถวนั้นมีร้านที่เราจะเปิดแค่คล้ายกันหรือ

อาชีพ และ ธุรกิจ

ไม่ หากมีเราต้องเดินสำรวจว่าผู้คนนั้นไปซื้อสินค้าของเขามากน้อยแค่ไหน ผู้คนนั้นมีความต้องการในชนิดใดบ้าง การสังเกตนั้นจะช่วยให้เรารู้ถึงคนที่อยู่ในตลาดนั้น และเรายังได้สังเกตว่าร้านอยู่ในละแวกนั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ความสามารถความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ยังไง การสังเกตนั้นเราจำเป็นที่
อาชีพ และ ธุรกิจ

จะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก เพราะเรานั้นจำเป็นจะต้องไปดูในช่วงเวลาต่างๆของตลาดแบบนั้น เพราะว่าตลาดนั้นมีช่วงเวลาที่ผู้คนสัญจรไปมาเยอะกับช่วงที่ตลาดนั้นไม่ค่อยจะมีผู้คน เป็นธรรมดา ต่อไปจากการสังเกตเราจะให้เป็น การสำรวจตลาด ขั้นตอนการสำรวจต่อมาเราจะเริ่มหารายละเอียดเพิ่มเติม

อาชีพ และ ธุรกิจ

ในจุดต่างๆแล้ว วิธีการการทำแบบสอบถามง่ายๆก็จะมีตามขั้นตอนดังนี้ ได้ข้อแรกนั้นเราจะสร้างแบบสอบถามเลย ซึ่งวิธีนี้ให้เราตั้งโจทย์กับตัวเองก่อนว่าเราอยากรู้อะไรเกี่ยวกับตลาดนี้ อย่างเช่นคุณเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร เหตุใด เคยดื่มอะไรมาบ้าง ชอบดื่มอะไรบ้าง ชอบรสชาติแบบไหน ดื่มบ่อย

ไหม ราคาเท่าไหร่ที่คิดว่าตัวเองนั้นชอบที่จะซื้อ ราคาเท่าไหร่ที่แพงไป รสชาติควรประมาณไหน ควรใช้เวลาทำประมาณเท่าไหร่ เมนูควรจะมีอะไรบ้างที่อยากให้มี ภาพสไตล์ร้านแนวไหน ชอบบริการแบบใด และอื่นๆอีกมากมาย หากเราอยากรู้อะไรให้ทำใส่เป็นโจทก์ไว้ แล้ววิเคราะห์ว่าคำถามใดที่จะทำให้ มีผล

กับร้านเรามากที่สุด ให้เราทำออกมา ข้อ 2 คือเราก็ออกสำรวจ วิธีการออกสอบถามสำรวจง่ายๆก็คือการเอาเพื่อนของเรานี่แหละ ฝากเพื่อนไปถามอีกที โดยอาศัยเพื่อนถามเพื่อนของเพื่อน หากเพื่อนไม่ใช่คนที่เราอยากถามก็ถามญาติสนิทหรือไม่สหาย ถามน้องถามพ่อถามแม่ถามป้า ถามลุง หรือหากเรามีความ

กล้ามากเพียงพอและมีเวลาที่มากพอที่จะถามคนอื่น เราก็สามารถลงท้องที่ไปยังตลาดนั้นๆเพื่อที่จะออกแบบสอบถามเกี่ยวกับลูกค้า หลักง่ายๆคือถามให้พยายามให้มากที่สุด แต่ก็พยายามถามให้ถูกคนที่สุด แต่ถามให้มากที่สุดนั้นจะเป็นการที่กระจายเปอร์เซ็นต์ได้ดีกว่า โทรหาคุณนั้นถาม 100 คน แน่นอนต้อง

มีคนที่ตอบคำถามคุณมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน ซึ่งคุณก็จะได้ข้อมูลและทำให้เวลาที่คุณไปลงสนามสำรวจไม่เสียเปล่า ข้อ 3 เราต้องวิเคราะห์ผลหากเราได้สำรวจมาตาม 2 ข้อข้างบนแล้ว การวิเคราะห์ฝนเราคงต้องไม่ไปพิสูจน์ตามสินค้าที่เรานั้นได้มาด้วย พ่อตามสถิติแล้ว รสชาติหรือสิ่งต่างๆที่เรานั้น

จะได้ไปลิ้มลองมันก็มีความต่างหรือความชอบที่ต่างกันออกไป มันจึงเป็นสถิติที่วัดได้ยาก เรามาคำนวณตามที่เราได้ไปสำรวจ ว่าผู้คนนั้นชอบแบบใจชนิดใดรสชาติใด มาเทียบกับสถิติให้ได้มากที่สุด เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเรานั้นจะทำร้านยืมสินค้าในชนิดใดรูปแบบใส่รสชาติอะไรที่จะตอบโจทย์ให้มาก

ที่สุด หรือแม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์การตอบรับหรือปฏิเสธ มีเท่าไหร่ พอหลังจากรองอันดับสำรวจแล้วเราก็รวบรวมผลและบันทึกเอาไว้ แต่การทำแบบสำรวจนั้นมักจะมีความผิดพลาดที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยนั่นก็คือ เราอาจจะทำแบบสำรวจโดยให้ผู้คนนั้นสำรวจหรือตอบแบบสอบถามเรามากที่สุด หรืออาจจะเป็น

สำรวจด้วยแบบพูดคุยกัน แต่นั่นไม่ใช่ลูกค้าหรือ target ที่เราต้องการที่จะทำเป็นสินค้าเรานำมาขาย ซึ่งแบบนี้มันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ที่เราจะมาทำแบบสำรวจเลย เพราะว่าลูกค้านั้นไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่เรานั้นจะทำสินค้าหรือเปิดร้านออกมาเพื่อขาย เพราะว่าหากมันไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเขาจะต่อไปอะไร ซึ่งเราก็สามารถ

ทำให้วิเคราะห์ไม่ได้ว่ามันเป็น อย่างไรเราควรทำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับเขา มีข้อผิดพลาดก็คือการที่เรานั้นพยายามขายสินค้าของเรามากจนเกินไป การที่เราพยายามสายสินค้าของเรามากจนเกินไปนั้นจะทำให้ผู้คนหรือคนที่อยู่ในตลาดนั้น รู้สึกอึดอัดมากกว่า ว่าเขาโดนยัดเยียดสินค้าบางอย่างให้เข้ามา หากเรา

ไปสอบถามหรือทำตำรวจแล้วก็ควรที่จะถามสอบถามข้อมูลเพียงเท่านั้น ซึ่งหากเราอาจจะเป็นแฟนกันขายไปก็ทำได้เพียงเล็กน้อย หากเรายัดเยียดสินค้าของเราเข้าไปหาผู้ใช้หรือผู้บริโภคมากเกินไป อีกทั้งร้านเรายังไม่ได้เปิดแต่ว่าภาพลักษณ์ของเรานั้นจะรู้สึกว่าไม่ค่อยดี ความเชื่อมั่นของลูกค้านั้นก็จะลดน้อยลง ข้อผิดพลาด

ข้อที่ 3 นั่นก็คือ เราพยายามที่จะถามมากจนเกินไปโดยไม่ให้ผู้คนนั้นได้คิดว่าควรจะตอบอะไร เราควรที่จะสร้างคำถามที่มีความผ่อนคลายหรือกระชับ แต่ไม่ได้บีบที่จะเอาคำตอบจากผู้คนที่เราไปสำรวจมากจนเกินไป เพราะนั่นอาจจะทำให้เขาตอบออกมาโดยไม่ใช่สิ่งที่เขานั้นอยากจะพูด เราต้องเว้นเวลาให้เขาได้คิดหรือ

วิเคราะห์คำถามสักนิดนึงเพื่อจะได้คำตอบที่แท้จริงจากเขา ข้อผิดพลาดข้อที่ 4 คือ หากเราตั้งราคาไว้ต่ำจนเกินไป แน่นอนว่าการตอบรับอาจจะมาดี แต่หากคุณตั้งราคาต่ำไว้จนเกินไปตามแบบสำรวจ ถ้าคุณมาขายจริงๆแล้วคุณปรับราคาขึ้น แน่นอนว่าลูกค้าอะไรที่จับได้ หรือจำตามแบบทดสอบได้ เขาก็จะหมดความ

เชื่อมั่นในสินค้าของคุณไปโดยปริยาย แล้วภาพลักษณ์สินค้าของคุณก็จะดูแย่ลงเรื่อยๆ ดังนั้นจดตั้งราคาไว้หรือสอบถามราคาจากผู้คนจริงๆว่าควรจะเป็นราคาเท่าไหร่ ข้อสุดท้ายก็คือเราต้องอย่าลืมในการตอบโต้คู่แข่ง เราต้องวิเคราะห์ของการต่อสู้ของคู่แข่งที่อาจจะเกิดขึ้นมาด้วย หากเราสามารถที่จะปิดช่องโหว่ของ

ข้อผิดพลาดในการสำรวจได้ เราก็จะได้ข้อมูลที่ค่อนข้างที่จะมีสาระ และสามารถนำไปวิเคราะห์ได้ ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณสามารถเริ่มเปิดธุรกิจแล้วทำสีหน้าที่ เป็นความต้องการของผู้คนในตลาดนั้นๆ