เป้าหมายของ บริษัท

เป้าหมายของ บริษัท

การที่เราทำธุรกิจตัวอย่างขึ้นมา ลูกค้าเงินเป็นสิ่งที่สำคัญกลุ่มเป้าหมายในการที่เรานั้นจะได้รับรายได้เข้ามา กลยุทธ์ทางการตลาดก็มีมากมายหลายอย่าง เท่าที่จำเป็นจะต้องรู้ถึงการ ว่ากลยุทธ์ในการจับลูกค้าให้ติดในสินค้าของเรา ชื่นชอบและหลงใหลสินค้าของเรา การปล่อยให้ลูกค้าของเรานั้นหลุดลอยไปเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของเราในอนาคต หรือจะเป็นลูกค้ากลุ่มเก่าๆที่มาใช้บริการของเรา หากเราไม่สามารถที่จะจับลูกค้าให้อยู่หมัดได้ มันก็จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแย่เกี่ยวกับการตลาดในธุรกิจของเรา สภาวะช่วงนี้การแข่งขันของเศรษฐกิจหรือธุรกิจนั้น ก็มีภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากในการแย่งชิง ลูกค้า ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าจำนวนลูกค้านั้นมีเท่าเดิม ผู้คนที่ต้องการทำธุรกิจเป็นคู่แข่งของเรานั้นมีแต่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งต้นทุนที่เรานั้นประกอบการดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของเรา เพื่อแสวงหาลูกค้าใหม่ยังมีความมากกว่าตลาดกับลูกค้าเก่าหน้าเดิมๆ ถึง 3 ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ลูกค้าเก่าๆนั้นยังรู้สึกที่จะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าเป็นอย่างดี ทำให้ยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆบ้าง หรือยอมรับในสินค้าที่จะออกมาใหม่มากกว่าลูกค้าที่หน้าใหม่เข้ามา อิจฉาเขายังพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมของเราเมื่อ เรานั้นมีกิจกรรมออกมาต่างๆ หากลูกค้านั้นยัง

เป้าหมายของ บริษัท

มีความจงรักภักดีหรือความหลงใหลในสินค้าของเราอยู่ พวกเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนแล้วก็ ใช้บริการของเราตลอดเสมอ แต่ทราบหรือไม่ว่าวิธีการที่จะสามารถจับค้าสินค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นรายใหม่หรือรายเก่า หรือคนที่เรานั้นทำตาม กลยุทธ์ต่างๆที่สามารถจับเข้าให้ได้หรือสามารถทำให้เขากลับมา

เป้าหมายของ บริษัท

สงสัยจงรักภักดีสินค้าของเราให้ได้ โดยจะมีบอกเป็นข้อๆดังนี้ ด้วยข้อแรกนั่นก็คือ รอจะพยายามปล่อยให้ลูกค้า ของเรานั้นลอยนวลไปได้ เราจะต้องหาวิธีที่เปลี่ยนกลุ่มผู้สนใจให้เป็นลูกค้าให้ได้ไม่ว่าจะเป็นคนที่เดินผ่านหน้าร้านของเราในทุกๆวันหรือเพิ่งเดินผ่าน คนที่ติดต่อมาสอบถามหรือติดต่อมาเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่างๆ

เป้าหมายของ บริษัท

ของร้านเรา หรือไม่จะเป็นคนที่มาแวะหรือจุดขายต่างๆ คนที่เห็นโฆษณาที่ของเราหรือการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ สิ่งที่เรานั้นจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเองก็คือ เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่สามารถเห็นทุกช่องทางต่างๆที่เรานั้นได้ทำไป แล้วเขานั้นกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้ เราอาจจะลองเก็บข้อมูลดูอาจจะพบว่า กลุ่มที่แวะเข้ามาร้านหรือติดต่อมาสอบถามแล้วการ เกิดการซื้อในทันทีคิดเป็นสัดส่วนประมาณเพียงแค่ ร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 15 เท่านั้น ของจากรายได้ ส่วนอีกกลุ่มนั้นอาจจะต้องใส่ ความใส่ใจลงไปกับเขาอย่างเช่นการติดตามหรือการบอกกล่าวเรื่อยๆ เธออาจจะติดตามหรือบอกกล่าวเพียงสัก 2-3 ครั้ง จนกว่าลูกค้านั้นจะเกิดความใจอ่อนและสนใจในสินค้าของเรา แล้วเขาจะตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าของเราอย่างจริงจัง เขาจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 15 ซึ่งรวมกัน 2 กลุ่มนี้ ก็จะเป็นประมาณร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 35 ดังนั้นหน้าที่ของเราคือจงอย่าปล่อยให้ลูกค้าที่เป็นลูกค้าของเรานั้นไม่มาใช้สินค้าหรือลอยนวลไปจากสินค้าของเราให้ได้ เราจงที่จะจับเขาไว้ให้แน่นหรือให้นานมากที่สุดสำหรับกลุ่มหนึ่งที่เรานั้นจะต้องหาวิธีทำให้ลูกค้ามาหาโดยตรงและประทับใจแล้วพร้อมที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าเราโดยทันที และอีกกลุ่มนึงคือยังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าโดยทันที ซึ่งก็ไม่เป็นไรเขามีสิทธิ์ที่จะเลือกในการตัดสินใจในการซื้อหรือใช้จ่ายในส่วนของเขาต่างๆ เราก็ต้องพยายามให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้ดี โดยบอกถึงจุดเด่นหรือจุดที่ดีที่สุดของสินค้าของเราให้เขาได้เข้าใจและสัมผัสมันได้ แต่เราไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนหรือเร่งรัดในการขายสินค้าจนเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้ลูกค้านั้นเป็นของตัวเอง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแก่สินค้าหรือบริษัทของเรา เราควรให้ความสะดวกและความพึงพอใจในการตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา หากลูกค้ารู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกโดนบีบในการที่จะซื้อสินค้าของเรา ก็จะเกิดความรู้สึกต่อต้านและทำให้เขานั้นสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ซื้อสินค้าของเรา แถมเขาอาจจะนำเอาส่วนที่เรานั้นทำผิดพลาดตรงนี้ไปบอกกล่าวเกี่ยวกับคนอื่นได้ ให้คนอื่นๆถือ Connection รอบตัวของเขา ไม่มาดูสินค้าของเรา หรือมองสินค้าของเราในแง่ลบ เราควรเก็บข้อมูลต่างๆ ชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์หรือจะเป็นอีเมลของเขา ก็เรานั้นจะติดต่อสอบถามหรือติดตามเกี่ยวกับลูกค้าคนนี้ได้ แล้วพยายามเปลี่ยนกลุ่มที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้าของเราให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการที่เราจะเปลี่ยนให้กลุ่มลูกค้าของเรานั้นมาสนใจในสินค้าของเรา เราต้องอาศัยการบริการของเราที่มีคุณภาพมากเพียงพอ และอาศัยในการที่เรานั้นจะต้องประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาสินค้าของเราให้ดีเพียงพอ มาธุรกิจนั้นผู้คนนั้น เพียงแค่ได้เห็นการโฆษณาบอกคุณสมบัติเกี่ยวกับสินค้า มันก็ช่วยให้ผู้คนนั้นให้ความสนใจเกี่ยวกับสินค้านั้นได้ เขาอาจจะมีการบอกคุณสมบัติ อาจจะมีสโลแกนต่างๆ และที่สำคัญนั้นต้องเป็นภาพ ของสินค้าที่เรานั้นจะจำหน่าย หรือภาคธุรกิจหรือมุมมองต่างๆที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เราจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดอันนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ควรมุ่งเน้นย้ำอยู่เสมอคือการไม่รีบขายหรือ การพยายามปิดการขายอย่างบีบคั้นลูกค้าจนเกินไป ลูกค้าบางคนนั้นเขาต้องการความสบายใจในการซื้อสินค้า บางคนนั้นแม้ว่าเขานั้นอยากได้เสื้อผ้า แต่หากพนักงานเดินมาหรือเดินตามที่เขาจนมากเกินไป เขาจะรู้สึกว่าเขานั้นไม่มีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าเลย เขาก็จะไม่ซื้อสินค้าแล้วเดินออกจากร้านของคุณไปเลย เพราะนั่นคือการที่มีอิสระในการซื้อนั้นเป็นสิ่งสำคัญ บางคนนั้นเขารู้สึกว่า หากเขานั้นมีปัญหาเขาจะเรียกพนักงานเอง หรือหากเขาต้องการคำแนะนำเขาก็จะเรียกพนักงาน ไม่จำเป็นที่จะต้องมาตามติดหรือค่อยกดดันในการซื้อสินค้าของเขา ดังนั้นการให้อิสรภาพแก่การเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าก็เป็นส่วนสิ่งสำคัญ แต่หากเรานั้นมีการบริการที่ดีแล้วเราก็สามารถที่จะครองใจลูกค้าคนนั้นไปได้ ช่วยเรานั้นพยายามป้อนการบริการโดยที่มีความพอเหมาะพอสม ไม่หนักแน่นหรือจนเกินไป เพียงแค่นั้นเราก็สามารถที่จะ มัดใจลูกค้าให้อยู่มืออยู่หมัดได้แล้ว