ความคิดทางการเงิน

ความคิดทางการเงิน

การวางระบบบัญชี แล้วได้บอกเกี่ยวกับการวางระบบบัญชีที่ดีแล้ว ว่ามีอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการบันทึกของระบบบัญชีที่ควรจะเป็น ระบบบัญชีนั้นจะต้องบันทึกข้อมูลภายในและภายนอกกิจการหรือการทำงานของเรา สำหรับภายนอกกิจการผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น ธนาคารธุรกิจที่กู้ยืมหรือเจ้าหนี้ต่างๆ ดูสนใจดูเฉพาะงบการเงินนั้นประกอบไปด้วยงบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด แต่สำหรับภายในกิจการการบันทึกข้อมูลจะมีรายละเอียดมากกว่านั้น เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารในแต่ละด้านของการบันทึกพื้นฐานข้อมูลระบบบัญชี การบันทึกระบบบัญชีนั้น

ความคิดทางการเงิน

จะประกอบไปด้วยการ 1 บัญชีแยกประเภทลูกหนี้ จะใช้บันทึกยอดเงินจำนวนลูกค้าที่ยังคงค้างชำระต่อธุรกิจ เราควรมีรายละเอียดลูกหนี้แต่ละราย ว่าเขานั้นมีจำนวนค้างชำระหรือจำนวนที่จะต้องจ่ายเท่าไหร่ วันไหนอย่างไร ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เราจึงจะได้รู้ว่าถึงวันใกล้ครบกำหนดตามที่เขานั้นจะจ่าย

ความคิดทางการเงิน

แล้วหรือยัง ถ้าหากถึงวันที่ครบกำหนดแล้ว แต่เขายังไม่มาจ่ายตามที่เรานั้นได้ตกลงกับเขาไว้ เราก็จะได้ใช้กลยุทธ์ในการตามตัวของเขาต่อไป 2 บัญชีแยกประเภทเจ้าหนี้ มีบัญชีแยกประเภทลูกหนี้แล้วก็ต้องมีแยกบัญชีประเภทเจ้าหนี้ ซึ่งใช้ยอดบันทึกเงินที่คงค้างชำระกับผู้ขายและเจ้าหนี้อื่นๆที่เรานั้นได้ไปกู้ยืมเขามา แล้วคุณมีรายละเอียด ขอเจ้าหนี้ทุกราย

ความคิดทางการเงิน

เช่นกันกับลูกหนี้ คนที่จะจดบันทึกไว้ว่าเราไปยืมใครอย่างไรมามากน้อยแค่ไหน แต่ละที่นั้นมีดอกเบี้ยอย่างไร แล้ววันชำระของเรานั้นคือวันไหน เราควรที่จะชำระให้ตรงเพื่อที่จะลดทอนดอกเบี้ยที่มีต่อเรา แล้วเราควรที่จะซื่อตรงต่อทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ของเรา 3 บัญชีควบคุมสินค้าคงคลัง ซึ่งหมายถึงการใช้บันทึกจำนวนรายรับรายจ่ายที่สินค้ายังคงคลัง จากธุรกิจของเราทั้งหมด ไม่มีบัญชีแยกคุมยอดแยกสินค้าคงคลังแต่ละรายการ เราควรรู้ว่ามีสินค้าที่เรานั้นยังค้างสต๊อกอยู่มากน้อยเพียงใด หรือได้จัดส่งจัดจำหน่ายไปมากน้อยเพียงใดแล้วเช่นกัน เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการคำนวณบัญชี และเที่ยงตรงต่อการคำนวณรายรับรายจ่าย ข้อ 4 นั้น คือบัญชีเงินเดือน เราต้องบันทึกเงินเดือนแต่ละเดือนของพนักงานที่เรานั้นจ้างมาทำงานของเรา และการหักภาษีต่างๆ ที่จ่ายตลอดจนรายการที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม โดยการที่เรานะจ้างพนักงานมาเราจำเป็นที่จะต้อง ให้ค่าจ้างของเขา แต่เราก็ต้องบันทึกและกำหนดไว้ตามที่เราได้ตกลงกับเขา ทั้งนี้ทั้งนั้นการให้พนักงานมาทำงานจะมีการจ่ายค่าประกันสังคม และภาษีที่เรานั้นจำเป็นที่จะต้องคำนวณและวิเคราะห์ให้ดี ว่าควรอย่างไร พนักงานที่คุณมีนั้นคุณก็จะได้คำนวณว่า คุณนั้น จ่ายให้พนักงานในทุกๆเดือนนั้นเหมาะสมกับงานที่คุณนั้นได้ทำแล้วหรือเปล่า หากคุณนั้นมีการทำงานที่สูง มีรายการสินค้าเข้ามาอย่างมากมาย แต่คุณนั้นเลือกที่จะจ้างพนักงานเพียงไม่กี่คน แล้วเกิดผลกระทบทำให้งานของคุณล่าช้า คุณอาจจะโดนผู้บริโภคนั้นตำหนิได้ จะหาคู่นั้นมีการจ้างพนักงานที่มากจนเกิน ขอบเขตในการทำงานของคุณ คุณก็จะมีการจ่ายเงินให้พนักงานที่ไม่ได้มีประโยชน์เท่าที่ควร ทำให้คนนั้นอาจจะต้องทุนจมไปกับพนักงาน ดังนั้นควรจะมีบัญชีการให้หรือจ่ายเงินพนักงาน เพื่อที่จะได้ควบคุมทั้งเงินและควบคุมทั้งปริมาณและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน บัตรพนักงานที่มีอยู่ของคุณนั้นเหมาะสมกับงานที่คุณนั้นมีอยู่มากน้อยเพียงใด ข้อ 5 สมุดบัญชีเงินสด สมุดบัญชีเงินสดนั้นจะนิยมแยกเป็นสมุดเงินสดรับและเงินสดจ่าย เพื่อใช้ในการบันทึกรายรับรายจ่ายของกิจการ ก็เหมือนการที่เรานั้นใช้สมุดบันทึกรายรับรายจ่ายต่างๆที่เข้าออกในกิจการ ว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อ 6 บัญชีสินทรัพย์ถาวรของธุรกิจ คือการใช้บันทึกราคาต้นทุนสินทรัพย์เหล่านั้นและแสดงค่าเสื่อมราคาสะสมสินทรัพย์แต่ละรายการ สิ่งของแต่ละอย่างนั้นมีการเสื่อมโทรมไปตามสภาพเวลา ซึ่งเรานั้นจำเป็นที่จะต้องดูในค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์วัสดุที่เราแนะนำมาผลิต เพื่อเราจะได้คำนวณเกี่ยวกับบันทึกรายรับของเราแล้ว เราอาจจะต้องใช้จ่ายเพื่อซ่อมบำรุงวัสดุอุปกรณ์ของเราที่ใช้ในการผลิตเช่นนั้น ข้อ 7 คือ บันทึกบัญชีอื่นๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะหมายถึงบัญชีที่เรานั้นควรจะบันทึกในทุกๆการใช้เงินของเรา ไม่ว่าจะเป็นรายรับรายจ่าย ยอดขาย จุดคุ้มทุน ยอดขาดทุน หรือค่าใช้จ่ายหน้างานในแต่ละวัน เราจำเป็นที่จะต้องบันทึกรายจ่ายหรือรายรับของเรา ก็เป็นการวางระบบบัญชี ระบบบัญชีนั้นมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจหรือการทำขึ้นมาเป็นอย่างมาก ระบบบัญชีนั้นมีพื้นฐานหลักมาจากที่เรานั้นจดรายรับรายจ่ายในชีวิตแต่ละวัน ของเรา หากเรานั้นฝึกที่จะทำบัญชีรายรับรายจ่ายของเราตั้งแต่เรายังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจ จะทำให้มีพื้นฐานในการทำบัญชีและการมองเห็นรายรับรายจ่ายของแต่ละสิ่งอย่างมากขึ้น การทําบัญชีรายรับรายจ่ายเราจะได้เห็นตัวเลขของเม็ดเงินที่เรานั้นเสียไปในแต่ละอย่าง เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เรานั้นใช้จ่ายหรือได้ซื้อออกไปนั้นมันมีประโยชน์และสำคัญต่อเรามากน้อยเพียงใด การทํารายรับรายจ่ายน่าจะช่วยควบคุมการเงินในกระเป๋าของคุณ ให้คุณได้รู้สึกว่าแต่ละวันแต่ละเดือนแต่ละปีของคนนั้นมีรายรับรายจ่ายมากน้อยเพียงใด นั้นเลือกที่จะไม่ทำ แต่เขานั้นก็มีเงินไม่เพียงพอในแต่ละเดือนของทุกๆเดือน หรือเขานั้นไม่สามารถจะวางแผนทางการเงินของเขาได้เลย ดังนั้นการทำรายรับรายจ่ายของแต่ละวันหรือแต่ละเดือนแต่ละปีแล้วแต่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ อีกอย่างที่สำคัญมากก็คือการที่เรานั้นเที่ยงตรงต่อเงินที่เราจ่ายไป โดยไม่ปัดขึ้นปัดลง หากคุณได้ทำรายรับรายจ่ายแล้ว คุณก็ทำมันอย่างจริงจังและใส่ใจกับมัน อยากรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจุกจิกหรือยุ่งยาก แม้ว่าคุณจะเสียไปกี่บาทหรือกี่สตางค์เท่าไหร่อย่างไร ให้คุณลงไว้ให้ครบทุกจำนวนตัวเลข พอคุณมาคำนวณคุณจึงจะได้เห็นตัวเลขที่แท้จริง หาคนนั้นมีการปัดขึ้นปัดลงมากจนเกินไปตัวเลขที่คุณคำนวณออกมานั้นก็จะไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริงที่คุณนั้นได้ใช้จ่ายหรือได้รับเข้ามา แค่นี้นะเราอยากให้คุณเห็นว่าระบบบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตั้งแต่คุณยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจ และเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความคิดทางการเงินของคุณ