การ เท่าทุน ในธุรกิจ

การ เท่าทุน ในธุรกิจ

หลายคนในการประกอบธุรกิจ มักจะ ไม่ได้เข้าใจเรื่องการคุ้มทุนหรือเท่าทุนที่ตัวเอง ซึ่งมันเป็นหนึ่งปัญหาในสำหรับ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ด้วยการขาดความเข้าใจในเรื่องจุดคุ้มทุน ส่วนมากคนมาคิดว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวเองมีรายการจำหน่ายหรือขายสินค้าออกไป เท่ากับรายจ่ายที่ตนนั้นลงทุนไว้ ไม่ว่าจะคิดเป็นรายปีหรือรายเดือนก็ตาม

ก็เรียกได้ว่านั่นคือกลุ่มทุนแล้ว ซึ่งมันเป็นจริงในบางกรณีเท่านั้นสำหรับการคิดแบบนี้ แต่การคุ้มทุนนั้นแตกต่างจากจุดคุ้มทุน หากเราได้มองลึกลงไปในความหมายของมัน โดยจุดคุ้มทุนนั้น จะหมายถึง ระดับหรือจุดของรายได้ที่เราจำหน่ายหรือบริการออกไป แล้วมันเท่ากับต้นทุนของธุรกิจที่ได้จ่ายออกไปเช่นกัน หรือระดับของรายได้ที่ธุรกิจเท่าทุน

ในส่วนที่มันได้เลยจากจุดคุ้มทุนหรือจุดเท่าทุนนี้ไป สิ่งนั้นเราจะเรียกกันว่ากำไรที่ธุรกิจนั้นได้สร้างมา ยกตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจในการผลิตสิ่งของบางอย่าง เพื่อขายจำนวน 100,000 ชิ้นชิ้นต่อเดือน ดูราคาที่ตั้งนั้นคือ 100 บาท ดังนั้นถ้าธุรกิจหรือสินค้าของเราขายได้ทั้งหมดจำนวน 100,000 ชิ้น รายได้ที่เราจะได้ในเดือนนั้นก็คือ 10 ล้านบาท

ช่วยหาคำนวณจากจุดคุ้มทุนแล้ว มีร้อยละ 50 ซึ่งนั่นก็ได้หมายความว่า ธุรกิจสามารถสร้างยอดขายได้ 5 ล้านบาทต่อเดือนหรือต่อสินค้าที่เราได้จัดจำหน่ายไปหมายถึงการขายสินค้าเพียงแค่ 50,000ชิ้น รายได้ที่เกิดขึ้นจะเท่ากับต้นทุนของธุรกิจหรือทุนที่เราจ่ายออกไป ในการผลิตสินค้าและต้นทุนการขาย รวมทั้งการบริหารธุรกิจทั้งหมดของคุณ

โดยส่วนที่มากกว่า นัดเป็นส่วนที่ธุรกิจจะได้ผลกำไร ขึ้น อยู่ที่ว่า คุณจะสามารถขายสินค้าของคุณนั้นได้หมดหรือไม่ ธุรกิจของเราสามารถทำรายได้หรือจำนวนสินค้าที่ขายได้น้อยกว่าระดับจุดคุ้มทุนดังกล่าว ธุรกิจของเรานั้นก็จะประสบภาวะที่เรียกว่าการขาดทุน ดังนั้นการทราบถึงจุดคุ้มทุนในธุรกิจของเรานั้น เป็นสิ่งสำคัญในการที่ผู้ประกอบการต้องรู้

แล้ว คำนึงถึงความสำคัญ เพราะบ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการนั้นไม่ทราบว่าธุรกิจของตนต้องดำเนินการค้า ทำวิธีการขาย ต้องขายมากน้อยเพียงใดเพื่อที่จะให้ ธุรกิจนั้นคุ้มทุนหรือสามารถไปต่อได้ กระบวนการในการวางแผนทางการเงิน และการวางแผนทางการตลาดอาจเกิดข้อผิดพลาด เพราะถ้าหากเราไม่รู้จุดคุ้มทุนของเรา ดังนั้นความเข้าใจเกี่ยวกับจุดคุ้มทุนในการดำเนินธุรกิจ

การ เท่าทุน ในธุรกิจ

เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยตัดสินใจสำหรับผู้ประกอบการ ในการดำเนินหรือบริหารธุรกิจอีกด้วย เช่นการตัดสินใจว่าเราจะผลิตสินค้า จำนวนกี่ชิ้น ในครั้งนี้ ซื้อในครั้งต่อไปเราควรจะผลิตกี่ชิ้น เพื่อจะได้คำนวณได้ว่า เราต้องทำอย่างไรที่จะให้บริษัทของเรา คุ้มทุนหรือมีกำไรมากขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในการบริหารและจัดการ

อีกทั้งยังเป็นการตัดสินใจในการเลือกทำเลที่ตั้งธุรกิจของคุณอีกด้วย การคำนวณหาจุดคุ้มทุนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับผู้ประกอบการแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำโดยปกติ ซึ่งตัวแปรที่จะใช้ในการคำนวณจุดคุ้มทุนนั้นมี 3 ปัจจัยหลักๆนั้นก็คือ ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผันแปร และยอดขายสินค้าของเรา หรืออาจเป็นการคำนวณในลักษณะของจำนวนรวม

หรือเป็นราคาต่อหน่วยสินค้าก็ได้ คือต้นทุนที่ต่อหน่วยสินค้า ต้นทุน ผันแปรต่อหน่วยสินค้า และราคาขายต่อหน่วยสินค้า ซึ่งนั่นก็เป็นการประยุกต์มาจากตัวแปรหลักเบื้องต้น เจอจุดที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นั้นมีความสับสนเป็นเรื่องของ ต้นทุนคงที่ หาคำถามว่าอะไรคือต้นทุนผันแปร หรือต้นทุนคงที่ เราจะมีในบทความต่อไป

การ เท่าทุน ในธุรกิจ

หากยังไม่ได้เข้าใจในจุดนี้ หรือไม่ได้เข้าใจในเรื่องความแตกต่างในลักษณะการกำหนดต้นทุนทั้ง 2 ประเภท ก็จะทำให้ผลลัพธ์การคำนวณจุดคุ้มทุนนั้นมีความผิดพลาด และไม่สามารถในการตัดสินใจ ใช้ในการดำเนินการ ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นก่อนที่จะรู้คือจุดคุ้มทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจใน 2 ประเภทนั้นอย่างดี

แต่ฟองประเภทนั้นเราจะอธิบายในบทความต่อไป หากว่าลงลึกในจุดคุ้มทุน แน่นอนว่าการทำธุรกิจทุกคนนั้นก็อยากได้กำไรกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเปิดมาเลยมีธุรกิจมา แล้วขาดทุน เพราะธุรกิจแต่ละอย่างนั้นอาจจะเดิมพันจาก เงินออมทั้งชีวิตของคุณ หรือเรียกอีกอย่างว่าคนนั้นได้เทหน้าตักเพื่อมันแล้ว คุณจึงจำเป็นต้องทำให้มันนั้นมีกำไรตอบแทนกลับมาให้ได้

ซึ่งอันดับแรกก่อนที่จะได้กำไร บางคนนั้นทำธุรกิจก็ใช้เวลาค่อนข้างสักพักนึง ถึงจะเข้าถึงจุดคุ้มทุน หลังจากนั้นค่อยเป็นกำไร ซึ่งการจะทำให้ถึงจุดคุ้มทุนนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายกับการทำธุรกิจเลยทีเดียว เพราะการทำให้เราไปถึงจุดคุ้มทุนได้ นั่นเหมือนหลังจากนั้นของคุณจะกลายเป็นกำไรเพียงอย่างเดียว อาจจะมีรายจ่าย แต่

การ เท่าทุน ในธุรกิจ

ทุนของคุณนั้นก็ได้หักล้างกับผลการขายของคุณได้เรียบร้อยแล้ว แต่ในการทำธุรกิจนั้น คุณจำเป็นต้องศึกษาเรื่องพวกนี้ให้ดี ธุรกิจจริง ๆเป็นเรื่องค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อน คงต้องอาศัยความจริงจังในการศึกษาหาความรู้ แล้วมาพัฒนา ให้กับธุรกิจหรือองค์กรของคุณ โทรหาคุณนั้นไม่ได้มันศึกษาหรือดู แต่ตอนนี้ตลาดโลกหรือ

สภาพแวดล้อมนั้นก้าวไปไกลแค่ไหน คุณก็จะไม่สามารถทำการตลาดได้ทันคู่แข่งของคุณ แล้วจุดคุ้มทุนของคุณนั้นก็จะวิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ หากคุณไม่สามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ในเวลาที่คุณควรจะเป็น ธุรกิจของคุณนั้นก็มีโอกาสที่จะปิดกิจการลง เพราะว่า การที่เรานำทุนมาลงทุนนั้น เราต้องการผลตอบแทน อาจจะเป็นระยะยาว

แต่หากมันยาวจนเกินไป นั่นก็ซื้อแล้วว่าเราขาดทุนอยู่เสมอเสมอ ดังนั้นเราจึงควรรีบพัฒนาให้สินค้าหรือการบริการของเรา นำพาไปสู่จุดคุ้มทุนแล้วก้าวผ่านกายเป็นกำไร เพื่อให้ธุรกิจนั้นเดินไปต่อได้ หากธุรกิจนั้นยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน เราบางทีอาจต้องใช้เงินสำรอง มาช่วยพยุงธุรกิจให้เดินต่อไป ซึ่งมันเป็นการทำธุรกิจโดยใช้ทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นการนำธุรกิจที่ยังไม่ค่อยจะเวิร์ค เราควรศึกษาให้ดีเกี่ยวกับจุดคุ้มทุนการทำธุรกิจของเรา หากคุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว ผลตอบแทนที่คุณได้มานั้นจะตอบแทนคุณอย่างสวยงามแน่นอน หากคุณอยากทำธุรกิจเพียงเพื่อคุณอยากเปิดอะไรสักอย่าง เหมือนคุณอยากมีของเล่นสักชิ้นไว้ดูแล แต่คุณไม่ได้จริงจังที่จะทำให้มันกลายเป็นทรัพย์สินหรือ

ทำให้มันตอบแทนคุณได้ มันก็จะทำได้ตามที่คุณรู้สึกอย่างนั้น ดังนั้นคุณควรที่จะรู้จุดคุ้มทุนของธุรกิจของคุณแล้วมาวางแผนว่าควรจะทำอย่างไรต่อให้ธุรกิจของคุณนั้นมีกำไร