การเงิน และการจัดการ

การเงิน และการจัดการ

บทความธุรกิจในวันนี้เราจะพูดถึงเกี่ยวกับหลักปรัชญาในการจัดการทางการตลาด หลักปรัชญาและการจัดการทางการตลาดนั้นก็หมายถึงแนวคิดที่เรานั้นจะใช้ในการจัดการทางการตลาด ที่จะช่วยส่งผลให้ธุรกิจของเรานั้นได้มีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น ซึ่งโดยเราจะได้อยากเป็น หัวข้อหลักๆได้ประมาณ 5 หัวข้อดังนี้ ข้อแรกมันคือแนวคิดที่มุ่งเน้นในการผลิต ด้วยแนวคิดมุ่งเน้นการผลิตนั้นเป็นแนวคิดที่ใช้ในยุคแรกๆ โดยเรานั้นจะมุ่งเน้นในการปรับปรุงการผลิตให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และลดต้นทุนในการผลิตให้ต่ำลงเท่าที่

การเงิน และการจัดการ

จะทำได้ เพื่อขายสินค้าให้ได้ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง แต่มีคุณภาพเท่าหรือมากกว่า รวมทั้งทำให้การจำหน่ายมีประสิทธิผลดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้ภายใต้ข้อสมมติว่า ผู้บริโภคทั้งหลายต่างจะมีความชอบหรือความนิยมในผลิตภัณฑ์ที่มีการขายอย่างแพร่หลายใน และการจัดหาได้สะดวกซึ่งแนวความคิดนี้

การเงิน และการจัดการ

จะใช้ได้ดีก็ต่อเมื่อ Demand มากกว่า ซัพพลาย หรือก็คือ ปริมาณความต้องการในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น มีมากกว่า ความต้องการที่เสนอขาย มีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ทำให้ลูกค้านั้นจึงพร้อมที่จะซื้อทุกอย่างที่เรานั้นจัดจำหน่าย โดยไม่ได้เลือกอะไรมาก ต้นทุนของผลิตภัณฑ์หรือสินค้ามีราคาสูงมาก แล้วต้องมีการพยายาม

การเงิน และการจัดการ

ลดราคาให้ต่ำลง โดยอาศัยกระบวนการวิธีผลิตให้ดีและก็ครอบคลุมมากกว่าเดิม ข้อที่ 2 นั้น เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ ในข้อแรกนั้นเป็นโปรดักชั่น ส่วนข้อ 2 นั้นจะเน้นไปที่ Product ด้วยแนวความคิดนี้ผู้บริโภคนั้นจะเลือกมุ่งเน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นหลัก โดยจะให้ความสำคัญต่อคุณภาพ คุณสมบัติ สมรรถนะ นวัตกรรม

หรืออื่นๆมากกว่าให้ความสำคัญเรื่องของราคา ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตนั้นหันมาใส่ใจในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าผลิตภัณฑ์ ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพของสินค้าที่ดี โดยส่วนมาก ผู้ผลิตสินค้านั้นจะมีความคิดในแนวดังกล่าว โดยคิดว่าสินค้าของตนนั้นมีคุณภาพที่ดีที่สุด แต่หารู้ไม่ว่า ผู้บริโภคนั้นมีเงื่อนไขอื่นๆประกอบการพิจารณา

ในการซื้อขายหรือเลือกซื้อสินค้าอยู่เสมอ อย่างเช่น การบริการหลังการขายของเรานั้นมีไหม ความสะดวกในการซื้อสินค้าของเรานั้นยากง่ายมากน้อยแค่ไหน ศูนย์ให้บริการนั้นมีอยู่ใกล้เขาไหม และอำนาจทางการเงินในการซื้อ ซึ่งผู้ผลิตต้องระมัดระวังในเรื่องของการมุ่งเน้นพัฒนาแต่ผลิตภัณฑ์ จนลืมว่าแท้จริงแล้วความต้องการของผู้

บริโภคนั้นต้องการอย่างไร ซึ่งเราสามารถมุ่งเน้นในคุณภาพได้ แต่เราต้องมองให้ภาพรวมนั้นมาประกอบกันว่า เป้าหมายหรือความต้องการของผู้บริโภคนั้นตรงกับที่เรานั้นจะนำเสนอออกไปหรือไม่ เพราะว่าเรานั้นทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะขาย แต่หากเราทำออกมามีคุณภาพมากเพียงใด แต่ไม่ได้ตรงตามความต้องการที่เรานั้น ต้องการที่จะขายให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้บริโภค เราก็ ควรที่จะวิเคราะห์การตลาดในส่วนนี้ให้ดี แต่ การที่คุณมุ่งเน้นในคุณภาพสินค้าของคุณให้ดีนั้นเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพียงแค่เสริมในส่วนการมองในส่วนอื่น เข้าไปก็จะทำให้ การตลาดของคุณนั้นเป็นที่โอเคมากยิ่งขึ้น ข้อ 3 นั้น เป็นแนวคิดในการมุ่งการขาย แนวคิดนี้นั้นจะนำเอาเครื่องมือการขายเข้ามาใช้กระตุ้นผู้บริโภคให้เกิดความสนใจ และความต้องการในผลิตภัณฑ์สินค้าของเรา ชื่อธุรกิจที่นิยมใช้แนวความคิดแบบนี้ก็คือ ส่วนมากจะเป็นสินค้าที่ขายยาก หรือค่อนข้างที่จะมีการซื้อจากผู้บริโภคไปน้อย สินค้าที่สินค้านั้นไม่อยู่ในความคิดที่จะซื้อของผู้บริโภค หรือเป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งออกสู่ตลาด ลืมแม้กระทั่งสินค้าเก่าแต่ผู้ซื้อไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อ เดือนเราจะให้ความสำคัญกับทีมการขายของกิจการมาก แนวคิดนี้ควรระมัดระวังในเรื่องความพอใจหลังการซื้อขาย ด้วยแนวคิดที่การมุ่งการขายนั้น เป็นแนวคิดที่ต้องการที่จะพยายามปิดการขายให้ได้ ซึ่งมันอาจจะมีข้อดีอยู่บ้างในบางอย่าง แต่ข้อเสียของมันก็คือเป็นการบีบเร่งรัดในการทำยอดขายมากจนเกินไป โดยหากเรานั้น ใช้เครื่องมือในการขายเข้ามา โดยที่มุ่งเน้นเพียงยอดขายมากจนเกินไปจนลืมคำนึงว่า ผู้บริโภคนั้นเขาก็จำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาในการซื้อสินค้าแต่ละอย่าง ถ้าเขาโดนรวบรัดหรือเร่งรัดจนเกินไป เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือขาดอิสรภาพในการซื้อ จากที่เรานั้นจะปิดการขาย เราอาจจะได้สร้างภาพลักษณ์ที่แย่ๆให้กับผู้บริโภคได้เห็น ดังนั้นอย่าคิดที่จะมุ่งการขายจำเป็นที่จะต้องทำให้พอดี ข้อที่ 4 นั้นแนวคิดที่จะมุ่งการตลาด เป็นอาทิตย์ที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันแล้ว โดยยึดหลักสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจของเรานั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทางการตลาด โดยประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญที่สุดก็คือ องค์การจะต้องพิจารณากำหนดความต้องการที่แท้จริงของตลาดที่เป็นเป้าหมายให้ได้ จะต้องปรับตัวเองให้สามารถตอบสนองความพึงพอใจ เติมต้องความต้องการเหล่านั้นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีหลักประสิทธิผลสูงกว่าคู่แข่งขัน ยึด 3 ปัจจัยหลักก็คือ มุ่งเน้นลูกค้า การตลาดแบบบูรณาการ รายการแสวงหากำไรจากความพอใจของลูกค้า ข้อที่ 5 นั้น คือแนวความคิดการตลาดเพื่อสังคม โดยในความคิดนี้มีพื้นฐานเดียวกับแนวความคิดมุ่งการตลาด ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวเป็นแนวความคิดใหม่ที่สุดและมีการทำในปัจจุบัน ปัจจัยหลักของแนวคิดความคิดนี้ก็คือ หน่วยงานธุรกิจไม่ควรที่จะมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างเดียว เธอจะต้องมุ่งเน้นถึงหลักการรักษาหรือเพิ่มคุณค่า สวัสดิภาพ ในความเป็นอยู่ทั้งผู้บริโภคและสังคมด้วย เป็นแนวความคิดที่มีความรับผิดชอบที่นักธุรกิจควรจะมีต่อสังคม ดูในความคิดนี้จะเน้นไปเรื่องศีลธรรมและจรรยาบรรณต่างๆมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดีและน่าปฏิบัติตามอย่างเป็นที่สุด และนี่ก็คือหลักๆที่เป็นปัจจัยในการทำการตลาด แต่ละข้อนั้นมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป ให้เราเลือกที่จะวิเคราะห์ดีๆแล้วนำไปปรับปรุงใช้ให้กับธุรกิจของเรา หากเราได้ข้อที่เหมาะสมแล้ว แล้วเราเลือก เราอาจจะรวมกันทุกข้อแล้วไปปรับใช้ในธุรกิจของเราก็ได้ เพราะทุกข้อนั้นมีจุดดีจุดเด่นแต่ละงานต่างกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นแนวคิดที่ 5 เป็นแนวคิดที่ ผมให้ความสนใจและให้ เสียงสนับสนุนมากที่สุด ถ้าเป็นแนวคิดที่ไม่ได้มุ่งเน้นกับกำไรของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการที่จะมุ่งเน้นให้เห็นถึงว่าสภาพแวดล้อมนั้น ได้รับผลกระทบอย่างไรเกี่ยวกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเราหรือไม่ เป็นการที่เรานั้นจะรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ น้อยคนนักที่จะคิดอย่างนี้ เพราะแต่ละคนนั้นเวลาทำธุรกิจก็มุ่งเน้นที่จะแสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงว่า สิ่งที่ได้รับกับสิ่งที่ตอบแทนมานั้น ได้ไปเบียดเบียนหรือ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผู้คนอย่างไรบ้างหรือเปล่า ดังนั้นแนวคิดที่ 5 จึงเป็นแนวคิดที่ ค่อนข้างจะมีประโยชน์มากที่สุด