การคำนวน แบบ คนรวย

การคำนวน แบบ คนรวย

การจะหารือคำนวณจุดคุ้มทุนในการทำธุรกิจนั้น จำเป็นต้องใช้ 3 ปัจจัยหลักๆ ซึ่งนั่นก็คือต้นทุนที่ ต้นทุนผันแปร แล้วก็ยอดขายถูกขายบริการ ซึ่งเราได้พูดถึงเกี่ยวกับ คุ้มทุนและต้นทุนแปรผันไปแล้ว ในบทความทางธุรกิจในบทความนี้ เกี่ยวกับต้นทุนคงที่ โดยคุณต้นทุนคงที่นั้นจะเป็นต้นทุนที่มีลักษณะตรงกันข้าม กับต้นทุนผันแปร โดยคือ

ไม่ว่าจะมีสินค้าดีการให้บริการหรือไม่นั้น ก็ไม่มีส่วน ที่จะทำให้ต้นทุนส่วนนี้เปลี่ยนไปหรือเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นในส่วนของการขายและบริการเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็สามารถแบ่งต้นทุนคงที่นั้นได้เป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือต้นทุนคงที่ในเศรษฐกิจ แล้วตั้งชื่อในการขายและบริการ ต้นทุนคงที่ในการผลิตนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของค่าเช่าที่ดินสถานที่ในการประกอบธุรกิจ

ค่าเช่าโรงงานการผลิตค่าใช้จ่ายดูแลรักษาต่าง ๆนั้น ค่าที่ตั้งไว้ในจำนวนที่แน่นอน เงินเดือนของพนักงานในแผนกต่าง ๆ นั่นก็เป็นจำนวนเงินที่ ได้กำหนดไว้เรียบร้อยว่าจะทำงานนั้นนั้นจะได้รับเงินเดือนเท่าไหร่อย่างไร ในตำแหน่งนั้น ๆ ส่วนต้นทุนคงที่ในการขายและบริการ หากมองลึกๆมันจะเป็นเรื่องของการใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการในธุรกิจ จะขึ้นเงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าร้าน อาคารหรือสำนักงานต่าง ๆ

การคำนวน แบบ คนรวย

ค่าเช่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน ภาษีอากร ขององค์กร ค่าธรรมเนียมทางราชการ ค่าธรรมเนียมทางราชการเราต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงต้นทุนในการใช้จ่ายทั้งหมด ที่กำหนดไว้ที่แน่นอนแล้ว โดยไม่สัมพันธ์กับยอดขายสินค้าหรือการบริการการขายเลย หรือการบริหารจัดการของธุรกิจนับเป็นต้นทุนคงที่เช่นเดียวกัน ในการพิจารณาเกี่ยวกับต้นทุนดังกล่าวว่าต้นทุนนั้น มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

ว่าจะเป็นต้นทุนผันแปรหรือต้นทุนคงที่ ในการที่จะแยกให้ออกว่า 2 สี 2 อย่างนั้นเป็นต้นทุนฝั่งไหนกันแน่ เราจะสังเกตและพิจารณาจากกิจกรรมที่ทำให้เกิดต้นทุนนั้น ๆ ต้นทุนเกิดจากแหล่งการเกิดอย่างไร หรือมาจากแหล่งใด เช่น มาจากสวนการผลิต ซื้อมาจากส่วนการขายชุดราตรีงาน หรือจะเป็นการพิจารณาจากความสัมพันธ์ของต้นทุนที่ได้เกิดขึ้น กับการขายบริการหรือสินค้า

การคำนวน แบบ คนรวย

ต้นทุนไหนกำไรที่เกิดขึ้น หรือต้นทุนใดที่เปลี่ยนแปลงตามยอดขายหรือสินค้าในการบริการ จะถือว่าเป็นต้นทุนผันแปร ส่วนต้นทุนในระดับที่ไม่ มีการปรับเปลี่ยนหรือแปรผันตามยอดขายหรือสินค้า เขาจะถือว่าเป็นต้นทุนคงที่ ด้วยการคิดมูลค่าต้นทุนแปรผันและต้นทุนคงที่นั้น สามารถคิดเป็นจำนวนมูลค่าทั้งหมด โดยเช่น ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย

ต้นทุนผันแปรต่อหน่วยราคาขายต่อหน่วย ซึ่งมันก็มีสูตรคำนวณในจุดคุ้มทุนได้ดังนี้ จุดคุ้มทุนนั้นคือการเอาต้นทุนคงที่รวม แล้วหารด้วย รายได้จากการขายสินค้าลบต้นทุนแปรผัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายที่ต้องการเปรียบเทียบกับยอดขายรวม อีกอย่างคือ จุดคุ้มทุนนั้นจะคือ การลงทุนคงที่ต่อหน่วย หารกับ ราคาขายสินค้าต่อหน่วย

ต้นทุนแปรผันต่อหน่วย ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็จะเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายที่ต้องการเปรียบเทียบกับยอดขายรวม แล้วจุดคุ้มทุนนั้นก็คือ สรุป คุ้มทุนนั้น คือการนำต้นทุนคงที่รวม หารกับราคาขายสินค้าต่อหน่วย แล้วนำมาลบกับ แปรผันต่อหน่วย ผลลัพธ์ที่ได้นั้น จะเป็นจำนวนหน่วยของสินค้าที่ต้องขายเพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน หากคุณอ่านได้จุดนี้ จะมองเห็นภาพแล้วว่า

ธุรกิจของคุณนั้นต้องคำนวณจะได้จุดนั้นอย่างไร การหาจุดคุ้มทุนของธุรกิจของคุณนั้น เป็นการที่คุณต้องคำนวณอย่างละเอียดอ่อน ผมจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจหรือบริษัทของคุณ ว่าตัวเลขในการขายหรือในการเสียไป มีมากน้อยหรือเท่าไหร่ คุณควรไม่มีการประมาณการ เด็กที่คุณได้มาต้องเป็นตัวเลขที่ ตรงกับระบบ หาคนนำตัวเลขที่เป็นการประมาณการมา

มันจะทำให้คุณคำนวณออกมาแล้วได้ผลลัพธ์ที่ ไม่ตรงกับที่ควรจะเป็น คุณก็จะวางแผนในการทำธุรกิจของคุณให้ได้กำไรได้ยาก นำตัวเลขที่ตรงครับ ในการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของคุณนั้น มาคำนวณตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ก็จะได้เห็นจุดคุ้มทุนที่แท้จริงในการทำธุรกิจของคุณ ว่าธุรกิจของคุณตอนนี้นั้น ใกล้ถึงจุดคุ้มทุนแล้วหรือยัง หรือธุรกิจของคุณนั้น

ได้ก้าวข้ามจุดคุ้มทุนไปมากน้อยแค่ไหน แล้วคุณจะมีแผนการในการวางหมากต่าง ๆอย่างไร การทำธุรกิจนั้น จำเป็นต้องมีการคิดคำนวณในหัวอยู่เสมอ เพราะว่าธุรกิจของเรานั้นเปรียบเสมือนอวัยวะที่ 1 ในร่างกาย ที่ต้องการ การเคลื่อนไหวหรือการดูแลอยู่เสมอ หากคุณปล่อยปละละเลย ธุรกิจ หรือ อวัยวะ ชิ้นนั้นของคุณ ก็จะขาดการทำงานและทำให้อ่อนแอ

ดังนั้นคนที่ จะประกอบธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และการสนใจในธุรกิจอย่างแท้จริง เปิดธุรกิจที่คุณประกอบนั้น มันเป็นการที่คนใช้ เงินทุนขนาดใหญ่ของคุณมา จำเป็นต้องคำนวณ รายการรายรับรายได้หรือทำบัญชีต่อบริษัทอย่างจริงจัง ถ้าหากคุณทำธุรกิจแล้วคุณไม่ได้จริงจังกับธุรกิจนั้น คุณก็จะรู้สึกว่า คุณทำไปแล้วคุณไม่ได้มีความสุขเลย

ต้องการทำธุรกิจนั้นคุณจำเป็นต้องทำแล้วมีความสุขกับมัน คุณจึงจะหมั่นศึกษาหาความรู้มาพัฒนาเกี่ยวกับธุรกิจคนเสมอ การทำธุรกิจนั้นคุณจำเป็นต้องดูแลเขาไปตลอด คุณจะปล่อยเขาไปไม่ได้ ธุรกิจนั้นมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาตามการตลาด ตลาดโลกนั้นก็มีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากเราแล้วไม่ได้ใส่ใจหรือไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับตรงนี้ให้ดี

การคำนวน แบบ คนรวย

ของเราก็จะเริ่มล้าหลังเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วทำให้สินค้าหรือบริการของคุณนั้นไม่เป็นที่น่าสนใจ ธุรกิจของคุณก็มีโอกาสที่จะขายได้น้อยลง แล้วจะคุ้มทุนของคุณนั้นก็จะห่างออกไปเรื่อย ๆจนทำให้คนนั้น ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ไปหาคุณหมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับตลาด แล้วนำมาปรับใช้ วิธีการต่าง ๆในการตลาด ในการพัฒนา ทักษะต่าง ๆของคุณแล้วคนในธุรกิจของคุณ

ถ้าคุณสามารถทำได้ แม้จะทำได้อย่างทีละก้าวทีละก้าว แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ จุดคุ้มทุนนี้เป็นจุดที่ชัยภูมิบอกว่าธุรกิจของคุณนั้น ควรจะไปต่อหรือควรจะจบลง การทำธุรกิจคุณจำเป็นต้องคำนวณถึงระยะยาว แล้ววางแผนไว้อย่างดี ไม่งั้นคุณก็จะกลายเป็นบุคคลที่ล้มละลาย เธอเป็นคนที่ทำธุรกิจแล้วพัง แต่หากคุณประสบความสำเร็จ

กลายเป็นหนึ่งคนที่เข้าใกล้คำว่าคนรวยได้อย่างแน่นอน หรือไม่คุ้มก็อาจจะกลายเป็นคนรวยในทันที แน่นอนว่าคุณต้องแลกอะไรมาหลายๆอย่าง แต่การที่คุณอุทิศตนนั้นก็คุ้มกับการที่คุณได้มีธุรกิจที่ไปได้สวย