การคำนวนต้นทุนผันแปร กับ Marketing

การคำนวนต้นทุนผันแปร กับ Marketing

ในความคิดแล้วได้พูดถึงเกี่ยวกับจุดคุ้มทุนของธุรกิจของเรา เราจะพูดถึงสั้นๆของจุดคุ้มทุนในบทความที่แล้วก็คือ คนนั้นจึงเปรียบเสมือนว่า การที่เราทำธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องคำนวณหาจุดคุ้มๆนั่นคือเหมือนจุดกลาง ธุรกิจ ระหว่างการขาดทุนกับกำไร หากเราได้ดูจุดตรงกลางของธุรกิจของคุณ มันช่วยให้คนนั้นวางแผน แล้วดำเนินกา

ร วิธีต่าง ๆเกี่ยวกับธุรกิจของคุณให้คุณนั้น ผ่านไปเจอกับกำไรที่จะเข้ามาครับธุรกิจของคุณได้ แต่หากคุณทำโดยไม่ได้คำนึงถึงจุดคุ้มทุน มันก็จะไม่รู้ว่าธุรกิจของคุณนั้นตอนนี้ กำลังไปได้ดี หรือกำลังไปได้ แค่เรื่อย ๆ แต่ไม่ได้มีกำไรตอบแทนมาเลย ซึ่งนั่นเป็นความจริงหากคุณไม่ได้คำนวณดูว่าจุดคุ้มทุนของธุรกิจของคุณนั้น มากน้อยแค่ไหน

โดยธุรกิจของคุณต้องคำนวณจุดคุ้มทุนโดยอาศัยปัจจัยที่ได้บอกไปนั่นก็คือ ต้นทุนผันแปร ต้นทุนผันแปรนั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นต้นทุนแปรผันก็ได้ตามเรา มันคือต้นทุนที่เกิดโดยมีการผันแปรตามยอดขายสินค้าหรือบริการ โดยต้นทุนแปรผันนี้ยังแบ่งย่อยได้เป็น 2 อย่างก็คือ

ต้นทุนแปรผันในส่วนการผลิตและต้นทุนแปรผันในส่วนของการขายและบริการ ต้นทุนแปรผันในการผลิตนั้นจะได้แก่ ต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อเมื่อมีการผลิตสินค้าหรือบริการออกไป อาทิเช่น วัตถุดิบ งานการผลิต สินค้าสำเร็จรูปที่เราซื้อมาเพื่อการผลิต

ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่าง ๆ เป็นต้น แล้วในส่วนแรงงานการผลิตนั้นจะคิดเฉพาะรายงาน โดยเป็นค่าจ้างหรือค่าใช้จ่ายเมื่อมีการผลิตเท่านั้น ส่วนพนักงานที่ประจำหรือทำอยู่ออฟฟิศของเรา เช่น ผู้จัดการ วิศวกร ช่างซ่อมบำรุงต่าง ๆ หรือที่เราต้องจ่ายเงินเดือนให้ประจำต่อเขาอยู่แล้ว จะนับเป็นต้นทุนที่คงที่ รวมถึงค่าเช่าของสถานที่ที่เราได้เช่าเพื่อทำธุรกิจนั้น

เช่นที่ดิน เช่นโรงงาน หรือต่าง ๆที่เป็นสถานที่ในการทำธุรกิจของเรา ซึ่งไม่ว่าจะผลิตสินค้าหรือบริการหรือไม่เราก็จำเป็นต้องจ่าย ค่าเช่านั้นอยู่ดี ซึ่งก็จะนับเป็นแรงต้นทุนคงที่เช่นเดียวกัน ในทางนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับเพียงต้นทุนแปรผันในการขายและการบริการเท่านั้น ฉันชอบต้นทุนคงที่เราจะพูดในบทความถัดไป

อันนี้จะเป็นบทความธุรกิจที่ลงหรือเกี่ยวกับการแปรผันหรือต้นทุนแปรผันของธุรกิจ ลดต้นทุนแปรผันในส่วนการขายและการบริการของธุรกิจนั้น ซึ่งก็ได้แก่ต้นทุนที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการขายและการบริการของเรา โดยส่วนใหญ่นั้นแล้วจะมาจากเงื่อนไข มีข้อกำหนดของธุรกิจบางอย่างที่เราได้สร้างขึ้นเช่น ค่านายหน้าของพ่อค้าส่วนกลางหรือตัวแทนจัดจำหน่าย

ซึ่งถ้าไม่มีการขายสินค้าหรือบริการก็อาจจะไม่เกิดการใช้จ่ายในส่วนนี้ หรือ อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายในการตลาดเกี่ยวกับโฆษณาสินค้าของเรา หรือค่าประชาสัมพันธ์ในการให้คนรู้ว่าสินค้าของเรานั้นมีดีอย่างไร ค่าเลี้ยงรับรองทุกอย่าง ประมาณนั้น ยกตัวอย่างเช่น เราตั้งค่าใช้จ่ายไว้ดังกล่าวเท่ากับ 5% ของยอดขายสินค้า ก็จะถือเป็นต้นทุนผันแปรในส่วนการขายและบริการ

ถ้าต้นทุนการใช้จ่ายที่มีการกำหนดไว้เป็นจำนวนที่แน่นอนแล้ว ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับยอดขายเพื่อใช้ในการบริหารนับเป็นต้นทุนคงที่ เนื้อหาพูดง่ายๆก็คือ มันก็คือส่วนที่เราจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อใช้ในการ เพิ่มประสิทธิภาพของสินค้า หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการ สร้างเอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ ให้ผู้คนได้รู้จักมากขึ้น โดยทั้งนี้ทั้งนั้น

การคำนวนต้นทุนผันแปร กับ Marketing

จำเป็นต้องอ่านเกมการตลาดให้ดี ในปัจจุบันนี้ก็มีหลายคน ทำธุรกิจแล้ว เติบโตได้อย่างมั่งคั่ง เนื่องจากเขาสามารถโฆษณาใน Social Media แล้วทำให้ผู้คนเห็นเกี่ยวกับสินค้าของตัวเองนั้น มากมาย หากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งทุกวันนี้ทุกคนต่างมีโทรศัพท์แล้วก็มีอินเตอร์เน็ตกัน ก็ทำให้ เขาสามารถเห็นสินค้าของเราผ่านโฆษณาทางสื่อต่าง ๆ

ในโลกอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram หรือแม้กระทั่งช่องทางอื่น ๆที่อยู่บนโทรศัพท์ แต่การโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องใช้ทุนเพิ่ม ซึ่งมันเป็นทุนที่แปรผันตามหน้างาน คุณอาจจะสามารถกำหนดเพดานไว้ได้ แต่คนนั้นจะไม่สามารถคำนวณได้เป๊ะ เท่าตอนที่คุณนั้นได้ลงมือทำหรือว่าได้ศึกษามันอย่างถ่องแท้แล้ว

การคำนวนต้นทุนผันแปร กับ Marketing

หากแยกย่อยเป็นค่าต่าง ๆ ค่าโฆษณานั้นค่อนข้างที่จะจำเป็นและมีผลต่อ Marketing ในธุรกิจของเรามากเลยทีเดียว ซึ่งหากเรามีการขายสินค้าหรือธุรกิจต่าง ๆ แต่เราไม่ได้ทำการโฆษณาเลย นางก็จะถือว่าเป็นจุดล้มเหลวในการทำการตลาดหรือการค้าขายทำธุรกิจของคุณ เพราะการโฆษณานั้นเป็นหัวใจหลักของ Marketing อย่างหนึ่ง

หากคุณนั้นมองข้ามเรื่องการโฆษณาหรือทำการตลาดกันตรงนี้ไป สินค้าของคุณนั้นก็จะไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาหรือผ่านสายตาของผู้คนได้ อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์นี้ค่อนข้างจะคล้ายกับโฆษณา ก็เป็นหนึ่งในการตลาดที่ต้องเรียนให้เห็นถึงความสำคัญ เราควรจะใช้การตลาดในการทำให้สินค้าของเรานั้น

การคำนวนต้นทุนผันแปร กับ Marketing

เข้าไปอยู่ในสายตาหรืออยู่ในกระบวนการความคิดของผู้บริโภคในการที่จะตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ ยิ่งหากเราโฆษณาสินค้าอย่างดี หรือประชาสัมพันธ์สินค้าไว้อย่างดี ก็มีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจของคุณนั้น ปิดการขายได้มากขึ้น ที่จะทำให้คนนั้นก้าวผ่านจุดคุ้มทุนของธุรกิจของคุณ สูตรการได้กำไร แต่การคำนวณการรู้ถึงต้นทุนแปรผันนั้น

มันค่อนข้างที่จะพลิกแพลงหรือ เปลี่ยนไปได้ตามตลาดในท้องถิ่น ในปัจจุบันหรือในวันนั้น ๆ บางทีอาจจะมีความต้องการในสินค้าของคุณมากขึ้น คุณก็อาจจะโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์น้อยลง เพราะว่ามีคนต้องการของผู้คนเกี่ยวกับสินค้าของคุณอยู่แล้ว แต่หากท่านใดสินค้าของคุณนั้น มีคู่แข่งในการทำตลาดเยอะขึ้นมา

คุณก็จำเป็นต้องโฆษณาให้เยอะกว่า เพื่อให้ผ่านสายตา หรือเพื่อให้เขาได้สนใจสินค้าของคุณมากกว่าคู่แข่งคุณ หากคู่แข่งของคุณนั้นทำโฆษณาออกมาได้ดีกว่า เขาก็จะสนใจในสินค้าของคู่แข่งของคุณมากกว่า แต่นั่นเป็นเทคนิคของการตลาด แต่เราจะให้เห็นว่าจุดคุ้มทุน โดยคิดตัวทุนแปรผันหรือผันแปรนี้

เป็นการคิดตามหน้างานหรือเนื้องานในปัจจุบัน อาจจะมีการปรับเปลี่ยนตลอด แต่ทุกอย่างก็สามารถคิดคำนวณได้ ดังนั้นคุณควรที่จะโฟกัสหรือมองอย่างจริงจังในส่วนนี้ มันจะช่วยให้คุณคำนวณจุดคุ้มทุนของคุณในธุรกิจที่มีอยู่ได้ เพราะว่าตรงนี้อาจจะฟังดูแล้วค่อนข้างที่จะเข้าใจหรือคำนวณได้ยาก

แต่เอาจริงมันก็เป็นหลัก ของการทำธุรกิจพื้นฐานกันทั้งนั้น อาจไม่มองข้ามตรงจุดนี้ไป ธุรกิจของคุณก็จะมี จุดบกพร่องในการทำธุรกิจอย่างแน่นอน